เมื่อพูดถึงการวางแผนการเงิน คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเรื่องการออม การลงทุน หรือการเตรียมเงินเกษียณ แต่หลังจากได้ฟังข้อมูลและแนวโน้มเศรษฐกิจจากงาน Open House Blue Star X รุ่นที่ 27 มีอยู่ประโยคหนึ่งที่สะดุดใจมาก
“ประเทศไทยกำลังแก่ก่อนรวย”
เมื่อพูดถึงการวางแผนการเงิน คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเรื่องการออม การลงทุน หรือการเตรียมเงินเกษียณ แต่หลังจากได้ฟังข้อมูลและแนวโน้มเศรษฐกิจจากงาน Open House Blue Star X รุ่นที่ 27 มีอยู่ประโยคหนึ่งที่สะดุดใจมาก
“ประเทศไทยกำลังแก่ก่อนรวย”
เรามักจะจำได้แม่นว่าลูกหลานต้องไปฉีดวัคซีนตอนกี่ขวบ แต่พอเป็นเรื่องของตัวเอง หลายคนมักจะลืมไปว่า “ภูมิคุ้มกัน” ในร่างกายเราก็มีวันหมดอายุเหมือนซอฟต์แวร์ที่ต้องการการอัปเกรดค่ะ
“คุณกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อ ‘ความฝัน’ ของตัวเอง หรือกำลังทำงานเพื่อเป็น ‘สปอนเซอร์’ รายใหญ่ให้โรงพยาบาลกันแน่?”
คำถามนี้อาจจะฟังดูจี้จุดไปนิดนะคะ แต่ในฐานะที่ว่านคลุกคลีกับการวางแผนการเงินและบริหารความเสี่ยงมานาน ว่านเห็น “บทเรียนราคาแพง” มาเยอะมากค่ะ หลายคนตั้งเป้าเก็บเงิน 10 ล้านแรกเพื่อเกษียณ แต่กลับต้องส่งมอบเงินก้อนนั้นทั้งหมดให้กับโรงพยาบาลเพียงเพราะ “แจ็กพอตสุขภาพ” แตกเพียงครั้งเดียว
เลข 30 นี่มันมีอาถรรพ์จริงๆ นะคะ… จากที่เคยนอนดึกตื่นเช้าไปทำงานได้ชิลล์ๆ ตอนนี้แค่ลุกผิดท่าก็ปวดหลัง แถมพักนี้เห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันโพสต์ใบรับรองแพทย์ถี่ขึ้นจนน่าใจหาย สิ่งหนึ่งที่ว่านโดนถามบ่อยมากคือ “ว่าน… เค้ามีประกันออฟฟิศอยู่แล้ว ต้องซื้อเพิ่มไหม? แล้วประกันสุขภาพกับประกันโรคร้ายแรง (CI) มันต่างกันยังไง?” วันนี้ว่านจะมาไขข้อข้องใจแบบเคลียร์ชัดๆ เพื่อให้เพื่อนวัยทำงานทุกคนไม่ต้องเสียเบี้ยประกันไปแบบซ้ำซ้อน แต่ได้ความคุ้มครองที่ “อุดรอยรั่ว” ชีวิตได้จริงค่ะ
ทำไมพนักงานออฟฟิศต้องมีประกันสุขภาพ? เชื่อว่าคำถามนี้ น่าจะเป็นคนถามในใจพนักงานออฟฟิศหลาย ๆ คน วันนี้ว่านเลยอยากมาชวนเพื่อนๆ ชาวออฟฟิศคุยเรื่องที่หลายคนชอบมองข้าม หรือคิดว่า “เอาไว้ก่อนก็ได้” นั่นคือเรื่องของ “ประกันสุขภาพ” ค่ะ
“ยินดีด้วย” กับทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านบทความนี้ เพราะนั่นแปลว่าคุณก้าวเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว! ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำงานออฟฟิศ หรือการมีเงินเดือนเป็นของตัวเองนะ แต่มันหมายความว่า “เงินเดือนคุณถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีแล้ว” ไงล่ะคะ!